เอนทรี้นี้เป็นส่วนหนึ่งของ VC
 
 

จริงๆแล้วก็ลงไปในเฟสเรียบร้อยแล้วล่ะเนอะ=w= เอามาลฝนนี้ส่งเอนทรี้คะ

ยืนยันคะว่า...... คู่นี้ไม่ได้กินกัน เองนะค่ะ!!

อันนี้เป็นด้านของ โซรัน ก่อนคะ ไว้เดี๋ยวค่อยมาต่อของ เอธาน ให้นะคะ

 

 

[เพลงประกอบการแต่ง และอยากให้ฟังเพื่อให้ได้บรรยากาศคะ]

เสียงผู้ร้องที่(คิดว่า)เหมือนรันๆร้องคะ :

http://www.youtube.com/watch?v=u2TCWb5nQ04

ออริจินอลเพลง-คำแปลคะ :

http://www.youtube.com/watch?v=oorsEl761Ao

 

...................................................................................................................

 

 

 

野獣と人形の傷 [Yaju To Ningyo No Kizu ]  

-The wounds of Beast and Doll-

 

ตัวตนของชั้นคือ ตุ๊กตา

 

ตัวตนของผมคือ สัตว์ป่า 

 

เป็น ตุ๊กตา ที่ทำหน้าที่สังหารความสุข

 

เป็น สัตว์ป่า ที่ทำหน้าที่ฉีกกระฉากความฝัน 

 

พวกเรายกอาวุธของพวกเราขึ้น

 

พวกผมยกอาวุธของพวกผมขึ้น 

 

เพื่อทำหน้าที่น่าเบื่อนั้นให้เสร็จ

 

เพื่อทำหน้าที่โหดร้ายนั้นให้เสร็จ 

 

ทั้ง ชั้น และ นาย

 

ทั้ง ผม และ คุณ 

 

‘เราเป็น ‘หนึ่งเดียวกัน’ เพราะฉะนั้น.. มาฉีกกระชากกันเถอะ

โชคชะตาพันธุ์นั้น.. มากัดกินมันกันเถอะ’

 

[Doll : side story]

 

            ชั้นเป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่ง ที่เกิดในหมู่บ้านเล็กๆที่ห่างใกล้จากตัวเมือง หมู่บ้านของชั้นมีผู้คนน้อยนิดเพียงหยิบกำมือหนึ่ง ที่แน่นอนอยู่แล้ว ว่าพวกคนในเมืองไม่สนใจหมู่บ้านเล็กๆจนๆแบบพวกเราหรอก แต่ถึงอย่างนั้น พวกเราก็ยังดูแลกันและกันได้

 

            ..มีความสุข ทุกข์ ร่วมหัวเราะอย่างยินดี ร้องไห้เสียใจ ไปพร้อมๆกัน.. 

 

            “โซรัน! เฮ้! โซรัน ลงมาเถอะ มันอันตรายนะ!”

 

            เสียงร้องเรียกของเพื่อนๆด้านล่างทำให้ชั้นต้องก้มมองลงไปจนเกือบเสียสมาธิ เหยียบกิ่งไม้พลาดตกลงไปแต่โชคดีที่คว้ากิ่งไม้อีกกิ่งไว้ได้ทันซะก่อน

 

            “เจ้าบ้า! ตะโกนทำไมตกใจหมดเลย!” ชั้นว่าพลางแยกเขี้ยวใส่ทำให้เห็นฟันซี่หน้าๆที่พึ่งหลุดออกไปได้ไม่นานของ ชั้น และพอได้ยินชั้นตะคอกใส่ พวกเพื่อนๆก็เบ้หน้ายิ้มแหย

 

            “แต่ว่าโซรัน แบบนั้นมันอันตรายจริงๆนี่ ถ้าอยากได้สมุนไพรแปลกๆนั้นไปขอหมอยาที่ในเมืองก็ได้นี่นา”

 

            “ไม่เอา ไม่มีทาง!”ชั้นตอกกลับไปทันที “หมอในเมืองน่ะชอบจ่ายยาให้ลูกค้าก็มีแต่ของไม่ดีทั้งนั้น เรื่องอะไรชั้นจะยอมไปเสียเงินแบบนั้นกันล่ะ!”

 

            พอพูดจบชั้นก็ไม่สนใจเสียงตะโกนของเพื่อนๆอีก มุ่งหน้าปีนขึ้นไปเป็นต้องไม้สูงใหญ่ มือแต่ละข้างเริ่มล้าเต็มทีเมื่อใกล้ถึงปลายยอดสูง มือของชั้นเมื่อไปข้างหน้า ดอกไม้สีแดงสดใสงอกอยู่ที่นั่น และในที่สุดมือของชั้นก็เอื้อมถึงมัน....

 

            “ดะ...ได้แล้ว! อ๊ะ?...”

 

            แกว๊ก!...

 

            เสียงบาดหูนั่นดังขึ้นมาจากปลายเท้าของชั้นพร้อมๆกับร่างของชั้นค่อยๆเอนตัว ล่วงลงไป ชั้นได้ยินเสียงของเพื่อนๆตะโกนเรียกชื่อชั้นอื้ออึง แต่ดูเหมือนหูของชั้นจะไม่ได้ยินอะไรซะแล้วซิ.. ดวงตาของชั้นจ้องมองโลกที่กลับด้านอย่างน่ากลัว.. ท้องฟ้าดันกลับหัวซะได้ เป็นภาพที่ประหลาดจริงๆ... แต่ว่า พอลองมองไปพร้อมกับดอกไม้ในมือนี่มันก็สวยใช้เล่นเนอะ...

 

            ตุบ!!!....

.

.

.

.

 

            “โซรัน!!”

 

            เสียงหวานใสของผู้หญิงดังขึ้นทันทีที่ชั้นกลับมาถึงบ้าน พร้อมๆกับอ้อมกอดที่เข้ามารัดตัวของชั้นแน่นและดึงเข้าไปหาร่างกายอุ่นๆที่ มีกลิ่นไออ่อนโยนที่ชั้นคุ้นเคยเป็นอย่างดี..

 

            “คะ..คุณแม่ ใจเย็นๆซิฮะ ผมหายใจไม่ออกแล้ว”ชั้นพูดเสียงอู้อี้ เพราะคุณแม่กอดชั้นแน่เหลือเกิน

 

            “ใจเย็น? จะให้แม่ใจเย็นอะไรกันหือ? เจ้าลูกคนนี้นี่?!”เธอว่าพร้อมๆกับปัดเศษใบไม้และเศษดินที่ติดตามเส้นผมสี ทองของชั้น “ไปทำอะไรมาถึงได้มีสภาพเป็นแบบนี้?”

 

            “...ผมก็แค่ไปเก็บสมุนไพรให้คุณแม่ นี่ฮะ”ชั้นว่าพร้อมๆกับยื่นดอกไม้สีแดงสดใสนั่นให้คุณแม่ คุณแม่มองมันอย่างกึ่งแปลกใจพร้อมกับรับมันไปดู

 

            “นี่มัน.. รันจ๊ะ ลูกไปเก็บมันมาเหรอลูก?”

 

            ชั้นพยักหน้าตอบคุณแม่ก่อนอธิบาย

 

            “เจ้านี่ในเมืองมันขายแพงมากๆนี่ฮะ..อีกอย่างเราก็ไม่มีเงินพอที่จะซื้อมัน ด้วย.. ไหนๆมันก็ขึ้นอยู่ที่ต้นไม้นั่นอยู่แล้ว ไม่เก็บก็เสียดายด้วย คุณแม่ต้องการมันนี่ฮะ ถ้าไม่ได้มันช่วยเดี๋ยวอาการป่วยของคุณแม่ก็....” ชั้นยังไม่ทันได้พูดจบดีนัก คุณแม่ก็ดึงชั้นไปกอดอีกครั้ง บ่าของเธอสั่นพร้อมๆกับไหล่ของชั้นรู้สึกถึงความเปียกชื้น

 

            “รันจ๊ะ... แม่ไม่เป็นไรหรอก อย่าทำแบบนี้อีกเข้าใจมั้ย? ไม่ว่ายังไงรันต้องดูแลตัวเองให้ดีๆนะ แม่น่ะแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก สัญญาได้มั้ยว่าจะไม่ทำเรื่องอันตรายแบบนี้อีก”

 

            ชั้นรับฟังคุณแม่อยู่เงียบๆ มองเส้นผมสีทองยาวของคุณแม่ก่อนจะหันมองดวงตาคู่สีม่วงอ่อนที่ชั้นคิดว่างด งามที่สุดของคุณแม่ที่เปียกชื้น ชั้นยกมือขึ้นกอดรอบคอคุณแม่ รู้สึกเหมือนลำคอตีบตันจนพูดอะไรไม่ออกนอกจากได้แต่พยักหน้าให้เธอ

 

            คุณแม่ของชั้นท่านป่วยมานานแล้ว นับตั้งแต่คุณพ่อตายคุณแม่ก็เริ่มป่วย อาการของท่านเรื่องแย่ลงเรื่อยๆจนเจ็บปวดตลอดเวลา ท่านทำงานเป็นช่างเย็บผ้าในหมู่บ้าน ดีแล้วที่เป็นงานไม่หนักมากนักที่ต้องทำอยู่ที่บ้าน ส่วนชั้นเป็นเด็กอายุ12ธรรมดาคนหนึ่ง ที่หลายๆคนชอบบอกว่าชั้นเป็นเด็กหัวดี เป็นเด็กฉลาด แต่ชั้นกลับไม่เห็นด้วยนัก เพราะแค่ชั้นสามารถปรุงยารักษาโลกได้ด้วยตัวเอง กับสามารถติดต่อกับพวกคนในเมืองเพื่อทำการค้าเนี่ย มันดูเป็นเด็กฉลาดขนาดนั้นเลยหรือไง? หลังจากนั้นชั้นจึงทำงานต่างๆในหมู่บ้าน ทั้งเก็บของป่าขาย ทำงานปลูกผักผลไม้ เลี้ยงสัตว์ ทุกอย่างที่พอช่วยคุณแม่ได้ ชั้นก็ช่วยจนสุดความสามารถ...

 

            ...เพราะว่าชั้นรักคุณแม่มาก.. และไม่อยากจะเสียท่านไปด้วย.. 

 

            “คุณแม่ ผมสัญญาจะไม่ทำอีกแล้ว คุณแม่ไปนั่งพักเถอะ เดี๋ยวผมบดยาให้ทานนะ”

 

            “รัน...”

 

            “เชื่อผมเถอะฮะ แป๊บเดี๋ยวเอง เรื่องแค่นี้ปล่อยให้ผมจัดการเถอะ”ชั้นว่าก่อนจูงมือคุณแม่ให้นั่งลงที่ เก้าอี้แล้วยิ้มให้เธอ ก่อนจะรีบวิ่งไปที่ห้องครัวหลังบ้าน ตั้งหม้อน้ำจุดไฟเพื่ออุ่นมันให้ร้อน หยิบถ้วยที่ทำจากไม้กับแท่งไม้มาบดเจ้าดอกไม้สีแดงสดนั้นพร้อมๆกับใส่ สมุนไพรอื่นๆลงไปด้วย

 

            ถ้าถามว่าชั้นรู้เรื่องพวกนี้มาได้ยังไง ก็คงเพราะตอนที่มีหมอจากในเมืองเข้ามาตอนนั้นที่หมอคนนั้นเผลอลืมสมุดจดพวก สูตรยาพวกนี้ได้ล่ะมั้ง ชั้นที่เอาสมุดนั้นมาเลยนั่งศึกษามันทั้งวันทั้งคืน จนสามารถจดจำพวกสูตรยาในนั้นได้จนไม่ต้องหยิบมันมาทุกครั้งที่ต้องทำยาซะ แล้ว

 

            หลังจากที่น้ำเดือด ชั้นจึงใส่ยาที่บดลงไปในหม้อน้ำ ใช้ไม้ที่บดยานั้นมาขนในหม้อ จนมันเริ่มเหนียวค่อยใส่ผงหวานที่ได้จากการตากดอกไม้เพื่อไม่ให้มีกลิ่นและ รสชาติขม ชั้นใช้ช้อนไม้เก่าๆตักยาขึ้นมาใส่ถ้วย ก่อนจะดับไฟและเดินไปกลับที่ห้อง เห็นคุณแม่เริ่มที่จะนั่งเย็บผ้าต่อ ชั้นจึงเดินไปว่างถ้วยยาที่เสร็จแล้วไว้ข้างๆโต๊ะท่าน

 

            “คุณแม่ ทานยาหน่อยเถอะฮะ”

 

            พอเธอได้ยินเสียงชั้น เธอกันหันหน้ามายิ้มให้ ใบหน้างดงามของคุณแม่ยังเปื้อนคราบน้ำตาของท่านอยู่เล็กน้อย มือเรียวแต่ทว่าหยาบของเธอเอื้อมมือลูบหัวชั้นเบาๆ

 

            “ขอบใจนะจ๊ะรัน ลูกไปนอนเถอะ ดึกขนาดนี้แล้วเดียวจะไม่ตัวสูงนะ”

 

            “แต่นี่ผมก็เกือบสูงถึงบ่าคุณแม่แล้วนะฮะ”ชั้นว่า มุ่ยหน้าอย่างไม่พอใจจนคุณแม่อดไม่ได้ที่จะหยิกแก้มชั้นเบาๆ

 

            “จ๊ะๆ สูงก็สูง ไปนอนเถอะจ๊ะ”

 

            “.... ก็ได้ฮะ คุณแม่ก็รีบๆนอนนะฮะ”

 

ชั้น ว่าก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง พร้อมกับเหลือบมองคุณแม่ที่ตักทานยาที่ชั้นทำไว้ให้ ค่อยรู้สึกโล่งใจหน่อยที่คุณแม่ยอมทานมัน ก่อนจะเดินขึ้นห้องไป และหลังจากที่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ชั้นก็ค่อยๆล้มตัวนอนบนพื้นไม้แข็งๆที่ปูด้วยผ้าผืนบาง ก่อนจะเอาผ้าห่มผืนเก่าที่ใช้ทั้งชั้นและคุณแม่ขึ้นห่มกันลมหนาวที่พัดเข้า มาตามพื้นไม้ที่พุพัง

 

ชั้นเงยหน้าขึ้นเหม่อมองเพดานที่ทำจากไหม้เก่าอย่างเหม่อลอย รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเปลือกตาจะทนไม่ไหวค่อยๆผิดลง

.

.

.

.

            ..กลิ่นอะไรกัน... เหม็นชะมัดเลย... 

 

            ชั้นคิด ก่อนจะขยับตัวอย่างยากลำบาก อากาศรอบๆตัวเหมือนจะร้อนขึ้นจนเหงื่อของชั้นออก รู้สึกอึดอัด ทรมาน และพอรู้สึกแบบนั้น ชั้นจึงลืมตาขึ้น...

 

            ..และภาพตรงหน้าก็ราวกับว่ามันเป็นความฝัน.. ความฝันที่เป็นฝันร้าย... 

 

            ชั้นเห็น ตัวประหลาดรูปร่างสูงใหญ่ตัวหนึ่ง ร่างกายของมันมองไม่ออกว่าเป็นตัวอะไร แต่ว่ามันสามารถยืนด้วยสองขาของมันได้.. รอบตัวของมันเต็มไปด้วยเปลวไฟสีแดง.. ไม่สิ บ้านทั้งบ้านของชั้นกำลังถูกไฟไหม้ แต่สิ่งที่ทำให้ชั้นตกใจมากที่สุดก็คือ..... ในมือของมัน มีร่างของคุณแม่ที่อ่อยยวบยังกับตุ๊กตาที่โดนตัดเชือกอย่างไร้เรี่ยวแรง นั้น.. พร้อมๆกับหยดเลือดค่อยๆไหลออกมาจากร่างของเธอ

 

            “คะ...คุณ..คุณแม่....”ชั้นพูดออกมาด้วยเสียงขาดๆหายๆ ความหวาดกลัว ตกใจ เสียใจ ประดังเข้ามาจนทำให้ลำคอแสบร้อนและตีบตันจนพูดไม่ออก ดวงตาได้แต่จับจ้องอยู่ที่ร่างของคุณแม่ที่ถูกโยนทิ้งเหมือนเป็นเศษขยะตกลง มาข้างกายชั้น.. ร่างของชั้นสะดุ้งเฮือกก่อนค่อยๆคลานไปหาคุณแม่.. และจับไปที่ข้อมืออันผอมบาง มันไร้ซึ่งชีพจรและความอบอุ่นอีกแล้ว...

 

            เหมือนกับด้ายบางๆภายในหัวของชั้นขาดสะบั้น 

 

            ..คุณแม่.... คุณแม่ตายแล้ว?... 

 

          ...เกิดอะไรขึ้นกันแน่.. ทำไมล่ะ คุณแม่ไม่อยู่แล้วเหรอ?... 

 

          ...ทำไมล่ะ.. ทำไม? ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม! ทำไม!! ทำไม!!!...

 

            “อะ...อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก!!”

 

            ร่างกายขยับพุ่งออกไปเองราวกับตุ๊กตาที่มีคนชักใย แม้ในมือไร้ซึ่งอาวุธ แต่ทว่ากลับสามารถฉีกกระชากหัวของอสูรออกมาได้อย่างง่ายได้ เลือดและกลิ่นควันราวกับกำลังมอมเมาให้บ้าคลั่งยิ่งขึ้น สองมือที่ราวกับมือของอสูรฉีกกระชากร่างของปีศาจตนแล้วตนเล่าเหมือนกับฉีก กระดาษแผ่นบางๆ ร่างเล็กราวตุ๊กตาแต่ทว่าเคลื่อนไหวรวดเร็วราวภูตผีกระโจนออกจากบ้านที่ เริ่มไหม้ ร่างของตุ๊กตานั้นเคลื่อนไหว ตามฉีกกระชากและกัดกินปีศาจที่ตรงหน้ามาหาตน แม้ลำคอจะถูกกรงเล็บคมของปีศาจฟันจนเกือบขาด แม้ใบหน้าจะถูกไฟแผดเผา  แม้มือทั้งสองข้างจะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดกลิ่นสนิ่ม แต่ทว่าร่างกายของตุ๊กตากลับไม่หยุดลง ส่งเสียงคำราม กรีดร้องลั่น

 

...เหมือนกับตุ๊กตาสังหาร ที่พอไขลานแล้ว ก็จะไม่หยุดลงง่ายๆ...

 

“เห... มีมนุษย์หลงเหลือยู่ด้วยงั้นเหรอ?” เสียงทุ้มที่เหมือนมนุษย์ดังขึ้นท่ามกลางเปลวไฟและก่อนศพของปีศาจที่ถูก ตุ๊กตาฉีก ตุ๊กตาหันดวงตาสีม่วงราวภูตผีมองชายคนนั้น ก่อนจะกระโจนเข้าหาอย่างขาดสติ แต่ทว่า...

 

ปึ๊ก!!...

 

เสียงกระทบ หนักหน่วงดังขึ้น กำปั้นใหญ่แข็งแรงพุ่งเข้าชกท้องของตุ๊กตาจนในที่สุดเส้นด้ายที่ชักใยตุ๊กตา อยู่ขาดสะบั้นออก ร่างของตุ๊กตากลบมาอ่อนยวบเหมือนเดิม และเสียงสุดท้ายที่ได้ยินก็คือ...

 

“จะฆ่าไปก็เสียดายเปล่าแฮะ.. ถ้าอย่างงั้น ..ไว้เจอกันตอนที่เจ้าเก่งกว่านี้แล้วกันนะ.. เจ้าเด็กมนุษย์”

.

.

.

.

            “อาจารย์....อาจารย์ครับ?”

 

            ชั้นสะดุ้งลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะแรงเขย่าๆเบาบนบ่า พอหันหน้าไปมองก็เห็นใบหน้าของเจ้าลูกศิษย์ที่คุ้นเคยมองมาที่ชั้นอย่างเป็น ห่วง

 

            “...มีอะไรเหรอฮะ เอธ?”ชั้นเงยหน้าขึ้นจะโต๊ะทำงานแสนรกของชั้นก่อนนวดขมับอย่างปวดหัว

 

            ...เมื่อกี้ ฝันซินะ.. น่าเบื่อชะมัด... 

 

            “คือ.. เมื่อกี้อาจารย์นอนแล้วส่งเสียงแปลกๆตลอด.. ก็เลยคิดว่าฝันร้าย”

 

            พอได้ยินแบบนั้นชั้นถึงกับเลิกคิ้ว

 

            “ส่งเสียงแปลกๆ?...”

 

            เอธานพยักหน้า

 

            “ครับ.. เหมือนคำราม.. แต่คำรามในลำคอน่ะครับ..”

 

            พอยิ่งได้ยินแบบนั้น ชั้นก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้

 

            “ดูเหมือนผมจะฝันเป็นตุเป็นตะซินะฮะ?...”

 

            “ครับ?..”

 

            “ช่างมันเถอะฮะ... ไม่มีอะไรหรอก” ชั้นลุกขึ้นแต่เมื่อแตะที่ใบหน้ากลับไม่พบผ้าพันแผลที่คุ้นเคย เมื่อมองที่โต๊ะก็พบว่าผ้าพันแผลนั้นได้หลุดล่วงอยู่บนโต๊ะซะแล้ว

 

            “อาจารย์นั่งเถอะ เดี๋ยวผมช่วยครับ”เอธานว่า พร้อมดันบ่าชั้นให้นั่งลงบนเก้าอี้ เขาอ้อมไปอยู่ด้านหลังและลงมือพันผ้าปิดเจ้าใบหน้าอัปลักษณ์นั่นให้

 

            “...มีแต่เอธคนเดียวซินะที่ตอนแรกเห็นใบหน้าของผมแล้วไม่ตกใจน่ะ..”ชั้น พึมพำ แต่ดูเหมือนหมอนั่นจะหูดีเลยยิ้มและตอบชั้นมาพร้อมๆกับพันผ้าให้ชั้นเสร็จพอ ดี

 

            “อาจารย์เองก็เป็นคนเดียวที่กล้าเข้ามาหยุดผมตอนนั้นเหมือนกันนี่ครับ”

 

            พอได้ยินแบบนั้นชั้นเลยหันไปมุ่ยหน้าใส่หมอนั่นและลุกขึ้น

 

            “หนวกหูฮะ... ได้เวลาทำงานแล้ว วันนี้ผมขอตัวอย่างที่น่าสนใจด้วยนะฮะเอธ”ชั้นว่าพลางยื่นถุงที่ใช้เก็บ ตัวอย่างให้เอธาน.. อ๊ะ ลืมบอกไป ว่าพวกเราเป็นผู้แลกเปลี่ยนการค้าระหว่างกัน แล้วก็….

 

            “อาจารย์ไว้ใจผมได้เลยครับ”หมอนั่นยิ้ม ชั้นเองก็ยิ้มตอบ ยกมือขึ้นชกไปเบาๆที่อกเจ้าหมอนั่น

 

            “ไปได้แล้ว... อย่าทำให้ชื่อเสียงอาจารย์ของผมเสียล่ะ...”

 

            “รับทราบ”

 

            หมอนั่นว่าพลางเอาผ้าพันคอสีแดงสดของเขาพันปกปิดใบหน้า ทำให้เห็นเพียงดวงตาสีเหลืองทองที่เคยอบอุ่นอ่อนโยน กลับกลายเป็นนัยน์ตาที่แหลมคมเหมือนคมดาบราวสัตว์ป่าที่ดุร้ายแต่ทว่าเยือก เย็นยิ่งนัก ที่เมื่อใครเห็นต่างต้องหนาวสั่น...

 

             ...นี่คือ โชมหน้าที่แท้จริงของ เอธาน ฟาร์ติมา แวมไพร์ฮันเตอร์หมายเลขหนึ่งของตระกูลฟาร์ติมา...

 

            ชั้นมองหมอนั่นกระโจนออกนอกหน้าต่างไปอย่างรวดเร็ว มองแผ่นหลังที่ค่อยๆหายลับไปก่อนจะถอนหายใจออกมา หันมองกระจกที่อยู่ใกล้ๆ มองใบหน้าที่ถูกปิดผ้าพันแผลอยู่ถึงครึ่งและลำคอ ก่อนจะแนบมือลงไป

 

            ...พลัน มุมปากของตุ๊กตาในกระจกได้แสยะฉีกยิ้มอย่างน่ากลัว ดวงตาสีม่วงขุ่นมัวกลับเลืองรองราวกับภูตผีปีศาจ...

 

            “แล้วคุณจะเสียใจ.. ที่ปล่อยให้ผมรอดมา...”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 20 Sep 2012 21:04:19 by KїTSϋ♦CHÄη

edit @ 20 Sep 2012 21:05:35 by KїTSϋ♦CHÄη

Comment

Comment:

Tweet

กรี๊ดดดด ทำไมลงแล้วไม่แทกล่ะคะ???//กอดๆ
 
โซรันน่ารักมากๆเลย... อยากจะจับมากอดไว้จัง... ไม่เป็นไรนะ โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะ... ; ;

#1 By CheriAnra on 2012-09-22 22:35